3 แฟชั่นที่สร้างมาเพื่อผู้ชาย ก่อนจะแพร่หลาย

เมื่อพูดถึงแฟชั่น เราต่างอาจนึกถึงภาพของเครื่องแต่งกายที่ดูแปลกตา และส่วนมากจะเป็นเครื่องแต่งกายหรือเครื่องประดับที่สร้างมาเพื่อขายให้กับคุณผู้หญิงเสียมากกว่า แต่คุณรู้หรือไม่ว่าเครื่องแต่งกายที่สำคัญๆ อยู่จำนวนไม่น้อยที่แรกเริ่มมันถูกสร้างมาเพื่อผู้ชายก่อนที่ท้ายที่สุดจะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปในทุกเพศทุกวัย วันนี้เราจึงพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับ 3 แฟชั่นที่สร้างมาเพื่อผู้ชาย ก่อนจะแพร่หลาย

รองเท้าส้นสูง

รองเท้าส้นสูง

การสวมรองเท้าส้นสูง ในประวัติศาสตร์มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ชาวเปอร์เซียนิยมที่ใช้รองเท้าที่มีส้นสูงในการขึ้นหลังม้า เพื่อทำให้เหมาะสมในการเหยียบที่วางเท้าและเกาะได้fขณะขี่ทำความเร็ว ต่อมาในปี 1599 ชาวเปอร์เซียได้อพยพเข้าสู่ทวีปตะวันตก เพื่อรับสมัครทหารเพื่อทำสงดีรามกับจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งทำให้รองเท้าส้นสูงเริ่มเป็นที่สนใจและได้รับความนิยมของชนชั้นสูงไม่นานหลังจากนั้น พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศสได้นำรองเท้านี้มาใส่เพราะพระองค์มีส่วน 162เซนติเมตร จึงโปรดปรานการสวมรองเท้าส้นสูงเป็นประจำ โดยทรงชอบสีแดงติดโบว์ นอกจากนี้ ขุนนางต่างๆ ในราชสำนักก็ได้ทำตาม 

รองเท้าส้นสูง

ดังนั้นรองเท้าส้นสูงจึงกลายมาเป็นเครื่องแต่งกายของชาวยุโรปที่ทั้งชายและหญิงสวมใส่ รองเท้าส้นสูงสำหรับผู้ชายในตอนแรกมักมีส้นหนา แต่หลังจากการปฏิวัติฝรั่งเศสในปลายยุค 1780’s รองเท้าส้นสูงก็เริ่มกลายเป็นแฟชั่นที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในหมู่ชาวยุโรปในขณะที่ผู้ชายก็ให้ความนิยมลดลงเรื่อยมา

หมวก

หมวก

ประวัติศาสตร์ของหมวกได้ผ่านการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยและความต้องการของมนุษยชาติ คำว่า ‘หมวก’ ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน มีลักษณะเป็นคำนาม หมายถึง เครื่องสวมศีรษะที่มีรูปร่างต่าง ๆ เพื่อเป็นเครื่องประดับหรือกันแดดกันฝน เป็นต้น

หมวกในยุคกรีกโบราณถือได้ว่าเป็นต้นกำเนิดของหมวกในยุคแรก ๆ โดยวัตถุประสงค์หลักก็เพื่อให้ทหารใส่ในขณะทำการรบ เพื่อป้องกันอาวุธและยังติดปลายแหลมหรือดาบเพื่อใช้เป็นอาวุธได้ อีกทั้งยังมีการฝึกการใช้หมวกเพื่อเป็นอาวุธในยามฉุกเฉินอีกด้วย โดยมีการแบ่งจำแนกชนิดของเป็นหลายแบบ เช่น หมวกชนิด Pileus ที่คล้ายกับศีรษะมนุษย์ และ The Phrygian cap และหมวก The Peatasos ที่มีปีกใบ หมวกชนิดเหล่านี้นับเป็นหมวกในยุคสมัยโบราณ ที่มีลักษณะคล้ายกับหมวกในปัจจุบัน

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 มีการคิดค้นหมวกสำหรับผู้หญิง เมื่อช่างชาวเมืองมิลานในประเทศอิตาลีใช้วัสดุพื้นฐานเช่น ริบบิ้น ถุงมือ และเส้นฟาง ประกอบกันเป็นหมวก และใส่ประดับด้วยดอกไม้ประดิษฐ์หรือผ้าลายลูกไม้ ในยุคที่ผู้หญิงมีบทบาทมากขึ้นในสังคม มีการพัฒนาหมวกที่เหมาะสำหรับงานนอกบ้านและกิจกรรมต่าง ๆ หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 หมวกก็กลายเป็นไอเท็มที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยมีหลายสไตล์และวัสดุให้เลือกสรร

ในยุคที่ผ่านมา หมวกได้เปลี่ยนรูปแบบไปตามเทรนด์แฟชั่นของแต่ละสมัย ทั้งหมวกกรีกโบราณ หมวกทรงบอนเน็ต และหมวกสไตล์เฮลเม็ต ทั้งนี้ยังมีหมวกสไตล์เลดี้ หมวกปีก หรือหมวกที่ตกแต่งด้วยวัสดุต่าง ๆ ทำให้บรรดาผู้หญิงได้มีทางเลือกในการสวมใส่หลายรูปแบบ

กางเกงใน

กางเกงใน

“กางเกงใน” เป็นสิ่งที่เราสวมใส่ทุกวันโดยไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก แต่ทำไมเราถึงใส่มัน? และ เราจึงเริ่มใส่มันตั้งแต่เมื่อไร?

ประวัติศาสตร์ของ “กางเกงใน” นั้นยาวนานถึง 5,000 ปีก่อนคริสตกาล ตั้งแต่ยุคโบราณที่มี “Loincloths” หรือผ้าคลุมเข่าถุง ที่ผูกรอบเอวและลอดหว่างขา ในสมัยอียิปต์ และเกี่ยวข้องไปถึงจักรวรรดิกรีกและโรมัน เนื่องจากรูปร่างของผู้ชายที่มีอวัยวะเพศงอกออกมาทำให้การปล่อยมันอย่างอิสระเป็นเรื่องที่ยากลำบากต่อการใช้ชีวิต ผู้ชายจึงนิยมหาผ้ามาผันเอาไว้จนกลายมาเป็นการประดิษฐ์กางเกงใน ก่อนจะพัฒนาไปสู้ชุดชั้นในสตรี

ในยุคกลางของยุโรป (ปี 500-1500 ค.ศ.) ชายและหญิงสวม “Braies” ชุดชั้นในที่มีความยาวประมาณเข่าทำจากผ้าเนื้อบาง ชั้นในในยุคนี้มีไว้เพื่อความอบอุ่นและป้องกันการกระแทก เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 19 ชุดชั้นในเริ่มมีการปรับตัว การเว้นช่วงกลางในชุดชั้นในเพื่อให้ขับถ่ายได้สะดวก กลายเป็นที่นิยม ชุดชั้นในในยุคนี้กลายเป็นสิ่งที่ผู้ชายและผู้หญิงสวมใส่ทั่วไป แต่ก็มีการปรับแต่งรูปแบบตลอดเวลา 

กางเกงใน

ในปัจจุบัน การสวมกางเกงในมีความหลากหลายทั้งในดีไซน์และวัสดุ นอกจากความสะดวกสบายกางเกงในยังได้รับการดูแลใส่ใจเพื่อป้องกันการกระแทกและสนับสนุนส่วนเอว เช่น กางเกงในเสริมก้น กางเกงในเสริมเป้า กางเกงในไร้ขอบ เป็นต้น ถึงแม้การสวมกางเกงในจะมีประโยชน์ต่าง ๆ เช่น ความอบอุ่นและป้องกันสิ่งสกปรก การไม่ใส่ก็ไม่ได้ทำให้เสี่ยงต่อปัญหามีคนที่ยังคงสงสัยว่าการไม่ใส่กางเกงในสามารถทำให้เกิดไส้เลื่อน แต่ภาพรวมและการศึกษาทางการแพทย์ไม่พบหลักฐานที่สนับสนุนสิ่งนี้

นอกจากนี้ การไม่ใส่กางเกงในยังสามารถลดปัญหาเรื่องการเสียดสีและความอับชื้นได้ ดังนั้น การสวมหรือไม่สวมกางเกงในนั้นเป็นเรื่องขึ้นอยู่กับความสะดวกสบายและประสบการณ์ที่แต่ละบุคคลต้องการ

สรุป

ไม่น่าเชื่อว่า จาก 3 แฟชั่นที่สร้างมาเพื่อผู้ชาย ก่อนจะแพร่หลาย นี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากผู้ชาย เพราะดูเหมือนว่าปัจจุบันแฟชั่นเหล่านี้จะรุ่งเรืองมากในฝั่งของผู้หญิง แต่กลับผู้ชายก็จะเป็นอะไรที่ดูเดิมๆ ราวกับว่ามันถูกหยุดพัฒนามานับร้อยปี

บทความล่าสุด

หมวดหมู่

TAG

Tag
4ประเทศที่มีค่าสกุลเงินต่ำกว่ารูปีอินเดีย (1) 4ร้านสุดปังในเมียงดง (1) 5หนังสือแนะนำ ที่ผู้ประกอบการควรอ่าน (1) 7 ประเทศที่มีประชากรมากที่สุด (1) 7 สวนสนุกร้างในญี่ปุ่นที่คุณต้องไม่พลาด (1) 7 สิ่งมหัศจรรย์ในตำนานที่หายไป (1) 7วิธีการทำสมาธิที่เหมาะกับคุณ (1) 8 สถานที่ สัมผัสงานหัตถกรรมแบบเกียวโต (1) 8 สถานที่แรงบันดาลใจ ตามรอยการ์ตูนค่าย Studio Ghibli (1) 8 สัญญาณบ่งบอกว่าคุณขาดวิตามิน (1) 8 สิ่งที่วิศวกรทุกคนต้องการบนโต๊ะทำงาน (1) 8 อาหารสุดแปลกในแถบเอเชีย (1) 9 ความลึกลับใต้น้ำที่ถูกค้นพบ (1) 10 วิธีควบคุมอารมณ์โกรธ (1) 10 อันดับส่วนผสมทำเค้กที่คุณอาจนึกไม่ถึง (1) 10 อาหารที่ถูก และดีต่อสุขภาพ (1) 10 เมืองน่าเที่ยวที่ทำให้คุณมีความสุข (1) 10 ไอเดียเขียนไดอารี่ที่จะทำให้คุณมีความสุขและใจเย็นมากขึ้น (1) ขนตูดมีไว้ทำไม (1) ข้อควรรู้ เลือกเครื่องซักผ้า ฝาล่างหรือฝาบน (1) คาเฟ่หอมหวานที่เชิงหว่าน at ฮ่องกง (1) จริงหรือไม่ที่ฉลามสายตาไม่ดี (1) ตัวหอมด้วยการกิน (1) ประเทศอินเดีย (1) ผลไม้สุขภาพดี (1) ผลไม้อบแห้ง ขนมยอดฮิตใน TIKTOK (1) พิธีกรรมเสริมความงามสาวอินเดีย (1) มารู้จัก โรคหน้านิ่ง จนคิดว่าหยิ่ง (1) รวมมีมแมวที่ชาวเน็ตใช้กันมากที่สุด (1) รอยสัก (1) รู้หรือไม่ เข็มแทงน้ำเกลือไม่ได้ฝังอยู่ในมือ (1) ลายสัก (1) วัฒนธรรมสักลาย ไทย ญี่ปุ่น เมาคลี (1) ออกกำลังกาย (1) อาหารแปลก (1) เกร็ดความรู้ (28) เครื่อง แปลภาษา (1) เคล็ดลับการตื่นเช้าให้สดชื่นที่คุณควรรู้ (1) เคล็ดลับต่างๆ (37) เคล็ดลับทำให้ดูเด็ก (1) เคล็ดลับสร้างความสุข (1) เที่ยวรอบโลก ด้วยเครื่อง 42 แปลภาษา (1) เมเฮนดี (1) เรื่องน่ารู้ (178) แมวน่ารัก (1)