เรื่องลับๆ ของขวดไวน์ ที่คุณไม่รู้

เชื่อว่าหลายคนคงได้มีโอกาสดื่มไวน์ ไม่ว่าจะราคาถูกหรือแพงก็ตาม แต่คุณรู้หรือไม่ว่าในขวดไวน์ที่ดูแสนจะธรรมดานั้นมีความลับอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ ฉะนั้นวันนี้เราจึงจะมาเปิดความลับที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ ใน เรื่องลับๆ ของขวดไวน์ ที่คุณไม่รู้

ไวน์นั้นมีต้นกำเนิดมานับพันปี ในยุคหนึ่งมนุษย์เชื่อไวน์เป็นเครื่องดื่มจากพระเจ้า เพราะมันมีรสชาติที่ดีและให้ความเพลิดเพลิน ไม่ว่าจะชนชั้นสูงหรือคนจนก็ยังได้ดื่มไวน์ที่ตนสร้างขึ้นที่มีรสชาติเหมือนกัน และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนรสชาติของมันก็ไม่เคยเปลี่ยนเลย มีเพียงขวดเท่านั้นที่มีวิวัฒนาการหลายครั้งอย่างน่าเหลือเชื่อ

1.ทำไมปริมาณในขวด ต้องเป็น 700 มิลลิลิตร

1.ทำไมปริมาณในขวด ต้องเป็น 700 มิลลิลิตร

การเริ่มต้นที่จำนวนมาตรฐานของไวน์ที่อยู่ในขวด 750 มิลลิลิตร นั้นไม่ได้มีเพียงแค่ความสะดวกในการจดจำ ทั้งหมดนี้เริ่มต้นในยุคที่น้ำเมาที่สร้างจากผลไม้นั้นไม่ได้ถูกบรรจุในขวด เพราะในท้องตลาดยุโรปของศตวรรษที่ 19 ขวดไวน์ตั้งแต่แรกๆ จะถูกบรรจุในปริมาตร 750 มิลลิลิตร เพราะว่าปริมาณเท่านี้เหมาะสมกับการบ่มไวน์ในถังขนาด 225 ลิตร ทำให้แต่ละถังสามารถสร้างไวน์ได้ 300 ขวดพอดี จึงใช้มาตรฐานนี้เรื่อยมา และยังทำให้ไวน์ที่อยู่ในขวดแต่ละขวดได้รับรสชาติที่ตรงกับมาตรฐานและเต็มไปด้วยคุณค่า 

2.ทำไมขวดไวน์ต้องก้นบุ๋ม

2.ทำไมขวดไวน์ต้องก้นบุ๋ม

ความนิยมในการผลิตขวดไวน์ที่มีรอยบุ๋มที่ก้นขวดไม่ได้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่กลับเป็นที่นิยมในวงกว้างในยุคปัจจุบัน บางครั้งความแตกต่างในรูปแบบของบุ๋มก้นขวดไวน์ก็ส่งผลต่อรสชาติและคุณภาพของเหล้าไวน์ได้ ฉะนั้นสาเหตุหลักที่ขวดไวน์มักมีรอยบุ๋มที่ก้นคือเพื่อให้มีที่ที่เหมาะสมในการรวมกากไวน์หรือ Sediment กากไวน์นั้นเป็นส่วนผสมธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตไวน์ และมักจะตกสะสมที่ก้นขวด รอยบุ๋มนี้ทำให้เห็นได้ชัดเจนและสะดวกต่อการหยิบจับขวดไวน์

ไวน์ที่มีรอยบุ๋มน้อยหรือไม่มีเลยก็มีอยู่ในท้องตลาด เช่น ไวน์ขาวจากแคว้นอัลซาส (Alsace) ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส ไวน์ประจำแคว้นนี้ไม่เพียงแค่ไม่มีรอยบุ๋มแต่ยังมีลักษณะขวดที่ผอมและสูงกว่าขวดไวน์ปกติ และที่สำคัญมันยังเป็นไวน์ชั้นดีของโลกอีกด้วย

ในทางปฏิบัติ การมีรอยบุ๋มที่ก้นขวดยังมีไว้เพื่อเพิ่มความถนัดในการจับขวดให้กระชับสำหรับการรินไวน์ ตรงร่องบุ๋มนี้สามารถสอดนิ้วเข้าไปได้ ป้องกันการลื่นไหล เทคนิคการรินแบบนี้อาจถือเป็นศิลปะเพื่อเพิ่มมูลค่าของการดื่มไวน์ แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรับแรงดันของก๊าสภายในขวด


3.ทำไมขวดไวน์ถึงใช้จุกไม้ก๊อก

การปิดขวดไวน์เป็นเรื่องที่มีความสำคัญเพื่อรักษาคุณภาพและรสชาติของไวน์ มีหลายวิธีที่โรงงานไวน์ใช้ในการปิดขวด แต่วิธีที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือการใช้จุกไม้ก๊อก ลักษณะที่เป็นพิเศษของไม้ก๊อกทำให้มันเป็นวัสดุที่เหมาะสมสำหรับการปิดผนึกขวดไวน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับไวน์คุณภาพสูง 

สถาบันเทคโนโลยีไวน์มหาวิทยาลัยบอร์โดซ์ 2 ฝรั่งเศสและห้องปฏิบัติการที่เชี่ยวชาญ ได้ศึกษาและทำการวิเคราะห์จุกไม้ก๊อกที่สร้างจากวัสดุสังเคราะห์ การศึกษานี้รวมถึงการวิเคราะห์โครมาโตกราฟีของเหลว แก๊สโครมาโตกราฟี และการวิเคราะห์อื่น ๆ ของส่วนประกอบของก๊อก จึงข้อสรุปว่าการใช้จุกไม้จะช่วยในการถนอมรสชาติของไวน์ได้ดีกว่า ทั้งยังสามารถกักเก็บแรงดันภายในได้ดีกว่าการผิดด้วยวิธีอื่นๆ

การคัดเลือกและการผลิตจุกไม้ก๊อกมีความซับซ้อนมาก การใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าทำให้จุกไม้ก๊อกในปัจจุบันไม่ได้ถูกจำกัดเฉพาะที่การผลิตท่อนซุง แต่ยังผลิตโดยการสังเคราะห์ จุกที่ผลิตจากการสังเคราะห์มีคุณภาพเทียบเท่ากับไม้จริงได้

4.ทำไมขวดไวน์ถึงมีสีต่างกัน

4.ทำไมขวดไวน์ถึงมีสีต่างกัน

เมื่อคุณได้เดินทางมายังโลกของไวน์ คุณอาจสังเกตเห็นความแตกต่างในสีของขวดไวน์ที่คุณเลือก สีที่คุณจะพบมีทั้งเขียว น้ำตาล น้ำเงิน และขาว เป็นต้น

ในประวัติศาสตร์ มนุษย์ได้ใช้ภาชนะต่าง ๆ เพื่อเก็บไวน์ในต้นศตวรรษที่ 17 ถุงไวน์ทำจากหนังแกะเริ่มเป็นที่นิยม แต่ถุงนี้มักจะมีปัญหาในการรั่ว ต่อมาจึงได้ใช้ขวดจากเครื่องปั้นดินเผา ทว่า ขวดประเภทนี้แตกได้ง่ายและเปราะบางจึงยังไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด หลังจากนั้นขวดแก้วก็ได้ถูกพัฒนาขึ้นด้วยวิธีเดียวกันกับการสร้างกระจก เพียงแต่เพิ่มวิธีการเป่าลมเข้าไปทำให้เกิดช่องว่างด้านใน และนั้นก็กลายเป็นต้นแบบของการผลิตขวดเรื่อยมา

การทำให้สีขวดไวน์เขียวได้เกิดขึ้นพร้อมกับความล้ำลึกของเทคโนโลยีในศตวรรษที่ 17 เนื่องจากโรงงานไวน์พบว่าการใช้ขวดแก้วสีเขียวช่วยในการป้องกันการออกซิเดชันของไวน์ และทำให้ไวน์สามารถบรรจุและเก็บรักษาได้ดี ขวดสีเขียวจึงได้รับความนิยมเรื่อยมา ในช่วงกลางและปลายศตวรรษที่ 17 ขวดแก้วสีน้ำตาลเริ่มปรากฏออกมา การใช้ขวดสีน้ำตาลนี้ช่วยในการป้องกันสิ่งสกปรก ทำให้ไวน์โบราณสามารถรักษาคุณภาพได้นานขึ้น สีน้ำตาลจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของการคงทน

4.ทำไมขวดไวน์ถึงมีสีต่างกัน

สรุป

ต่อจากนี้ไปเมื่อทุกครั้งที่คุณได้ดื่มไวน์คุณจะรู้ได้ถึงความสำคัญของมันว่ากว่าจะมีรูปลักษณ์ที่ดูแสนธรรมดานี้มันก็เคยผ่านการพัฒนามาอย่างมากมายเพื่อให้ได้สิ่งที่เหมาะสมกับไวน์ชั้นเลิศ และทั้งหมดนี้คือ เรื่องลับๆ ของขวดไวน์ ที่คุณไม่รู้

บทความล่าสุด

หมวดหมู่

TAG

Tag
4ประเทศที่มีค่าสกุลเงินต่ำกว่ารูปีอินเดีย (1) 4ร้านสุดปังในเมียงดง (1) 5หนังสือแนะนำ ที่ผู้ประกอบการควรอ่าน (1) 7 ประเทศที่มีประชากรมากที่สุด (1) 7 สวนสนุกร้างในญี่ปุ่นที่คุณต้องไม่พลาด (1) 7 สิ่งมหัศจรรย์ในตำนานที่หายไป (1) 7วิธีการทำสมาธิที่เหมาะกับคุณ (1) 8 สถานที่ สัมผัสงานหัตถกรรมแบบเกียวโต (1) 8 สถานที่แรงบันดาลใจ ตามรอยการ์ตูนค่าย Studio Ghibli (1) 8 สัญญาณบ่งบอกว่าคุณขาดวิตามิน (1) 8 สิ่งที่วิศวกรทุกคนต้องการบนโต๊ะทำงาน (1) 8 อาหารสุดแปลกในแถบเอเชีย (1) 9 ความลึกลับใต้น้ำที่ถูกค้นพบ (1) 10 วิธีควบคุมอารมณ์โกรธ (1) 10 อันดับส่วนผสมทำเค้กที่คุณอาจนึกไม่ถึง (1) 10 อาหารที่ถูก และดีต่อสุขภาพ (1) 10 เมืองน่าเที่ยวที่ทำให้คุณมีความสุข (1) 10 ไอเดียเขียนไดอารี่ที่จะทำให้คุณมีความสุขและใจเย็นมากขึ้น (1) ขนตูดมีไว้ทำไม (1) ข้อควรรู้ เลือกเครื่องซักผ้า ฝาล่างหรือฝาบน (1) คาเฟ่หอมหวานที่เชิงหว่าน at ฮ่องกง (1) จริงหรือไม่ที่ฉลามสายตาไม่ดี (1) ตัวหอมด้วยการกิน (1) ประเทศอินเดีย (1) ผลไม้สุขภาพดี (1) ผลไม้อบแห้ง ขนมยอดฮิตใน TIKTOK (1) พิธีกรรมเสริมความงามสาวอินเดีย (1) มารู้จัก โรคหน้านิ่ง จนคิดว่าหยิ่ง (1) รวมมีมแมวที่ชาวเน็ตใช้กันมากที่สุด (1) รอยสัก (1) รู้หรือไม่ เข็มแทงน้ำเกลือไม่ได้ฝังอยู่ในมือ (1) ลายสัก (1) วัฒนธรรมสักลาย ไทย ญี่ปุ่น เมาคลี (1) ออกกำลังกาย (1) อาหารแปลก (1) เกร็ดความรู้ (28) เครื่อง แปลภาษา (1) เคล็ดลับการตื่นเช้าให้สดชื่นที่คุณควรรู้ (1) เคล็ดลับต่างๆ (36) เคล็ดลับทำให้ดูเด็ก (1) เคล็ดลับสร้างความสุข (1) เที่ยวรอบโลก ด้วยเครื่อง 42 แปลภาษา (1) เมเฮนดี (1) เรื่องน่ารู้ (168) แมวน่ารัก (1)