วิธีรับมือเมื่อลูกมีอาการชัก

อาการป่วยสำหรับเด็กถือเป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นกับทุกคน เนื่องจากภูมิคุ้มกันที่ยังทำงานไม่สมบูรณ์ของเด็กน้อยนั้นยังไม่แข็งแรงทำให้เมื่อร่างกายได้รับเชื้อจากสภาพแวดล้อมต่างก็สามารถนำเข้าสู่ร่างกายได้โดยง่าย ฉะนั้นแล้วสิ่งที่จะตามมาหลังมีอาการป่วยคือเป็นไข่สูงและสิ่งที่ต้องระวังเลยก็คืออาการชักที่จะเกิดขึ้น ซึ่งในพ่อแม่ที่ยังไม่มีความรู้เรื่องการดูแลลูกขณะเป็นไข้หรือปล่อยปะอาจส่งผลถึงขั้นเด็กเสียชีวิตได้เลยทีเดียว ฉะนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีป้องกันอาการชักในเด็กและวิธีรับมือเมื่อลูกมีอาการชักว่าควรทำอย่างไรบ้าง

การดูแลลูกที่มีอาการชักเนื่องจากไข้เป็นเรื่องที่ต้องทำได้อย่างรวดเร็วและมีความรอบคอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลเสียที่รุนแรงต่อสุขภาพของลูกน้อย โดยการเรียนรู้เกี่ยวกับอาการชักที่เกิดจากไข้ และวิธีการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องจะเป็นประโยชน์มากในการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดนี้ เพราะการปฐมพยาบาลในกรณีเด็กมีอาการชักจากไข้สูงนั้นเป็นเรื่องสำคัญเพราะมันสามารถช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลเสียต่อสุขภาพของเด็กได้มาก

อาการชักเกิดจากอะไร

อาการชักเกิดจากอะไร

อาการชักเป็นภาวะที่กล้ามเนื้อหรือเซลล์ประสาทในสมองขาดการควบคุมและทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดการกระตุ้นไฟฟ้าสมองที่ไม่ปกติ ซึ่งอาจมีหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการชัก เช่น การเป็นไข้สูง การตกหล่น หรือปัญหาสุขภาพทางสมองอื่น ๆ 

วิธีป้องกันการชัก

  1. ควบคุมไข้ทันที: เมื่อลูกมีไข้สูง ควรให้ยาลดไข้ตามที่แพทย์สั่งหรือให้คำแนะนำ
  2. ดูแลสุขภาพทางสมอง: ควรหมั่นกระตุ้นการพัฒนาสมองของลูกอยู่เสมอ และดูแลให้ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์และพักผ่อนให้เพียงพอ
  3. ป้องกันอุบัติเหตุ: ลูกน้อยมีความสนใจต่อสิ่งรอบตัว การป้องกันอุบัติเหตุที่อาจทำให้เกิดการชักเป็นสำคัญ
  4. ติดตามการรักษาโรค: ถ้าลูกมีโรคที่เสี่ยงต่อการชัก เช่น โรคสมองเสื่อม หรือโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท ควรติดตามการรักษาของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
  5. ไม่ควรให้เด็กกินหรือดื่มอะไรเลยในขณะชัก: เพื่อป้องกันการทำให้เด็กทานหรือดื่มอะไรที่อาจเป็นอันตรายในขณะที่เด็กกำลังมีอาการชัก
อาการชักเป็นเวลานานจะส่งผลเสียอย่างไร

อาการชักเป็นเวลานานจะส่งผลเสียอย่างไร

การชักที่เป็นเวลานานหรือไม่สามารถควบคุมได้ อาจทำให้เกิดผลเสียที่รุนแรงต่อสมองและระบบประสาท ซึ่งสามารถทำให้เกิดความเสียหายถาวรและมีผลกระทบต่อการพัฒนาทางสมองของเด็ก นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่จะเป็นต้นเหตุของปัญหาสุขภาพที่รุนแรงมากขึ้นในอนาคต ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการในด้านต่างๆหรือแม้แต่ร่างกายก็อาจพิการตามไปด้วยได้

เพื่อลดความเสี่ยงนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันทีเมื่อลูกมีอาการชักเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง การมีความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับวิธีปฐมพยาบาลและการดูแลลูกในสถานการณ์นี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวของลูกได้ดีขึ้นและลดความเสี่ยงของผลเสียที่รุนแรง

การปฐมพยาบาลเมื่อลูกมีอาการชัก

การปฐมพยาบาลเมื่อลูกมีอาการชัก

โดยปกติเด็กจะมีอาการชักหลังจากที่เป็นไข้สูง ฉะนั้นพ่อแม่ควรเฝ้าระวังเป็นอย่างดี และควรศึกษาวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเด็กมีอาการชักเกร็ง ดังนี้

  1. เช็ดตัวเพื่อลดไข้: การป้องกันที่ดีที่สุดคือการควบคุมไม่ให้อุณหภูมิร่างกายสูงเกินไป ฉะนั้นควรให้เด็กทานยาลดไข้และหมั่นเช็ดตัวอยู่เสมอ โดยให้เช็ดถูกย้อนแนวขนแรงๆเพื่อให้รูขุมขนเปิดออกเพื่อระบาย ซึ่งเด็กอาจจะร้องจากอาการเจ็บปวดนี้บ้างก็ไม่เป็นไร
  2. สำรวจสิ่งแวดล้อม: ให้แน่ใจว่ารอบตัวของเด็กปลอดภัย ย้ายวัตถุที่อันตรายออกจากทาง เช่น ได้รับแสงแดดมากเกินไปหรืออาจมีวัตถุที่ทำให้เด็กบาดเจ็บในระหว่างการชัก เช่น ของมีคม
  3. ห้ามใช้วัตถุงัดปาก: อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นความเข้าใจผิดคือการาสิ่งของงัดปากเพื่อป้องกันการกัดลิ้น ซึ่งความเป็นจริงแล้วการทำเช่นนั้นจะยิ่งเพิ่มความรุนแรงและสร้างปากแผลในช่องปาก 
  4. จับให้เด็กนอนตะแครง: เป็นวิธีการที่ถูกต้องที่สุด เพื่อให้เด็กหายใจได้สะดวกขึ้นและคอยตบหรือลูบหลังให้เด็กได้สติ
  5. จดบันทึกเวลา: จดเวลาที่เริ่มต้นและจบการชัก เพื่อให้แพทย์ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมในการวินิจฉัย
  6. รีบนำตัวส่งแพทย์: หากการชักไม่หยุดหลังจาก 5 นาทีหรือเด็กมีการชักต่อเนื่อง ให้ทันทีแจ้งเรียกฉุกเฉิน และพาเด็กไปยังสถานพยาบาลทันที 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเด็กมีอาการชักและดีขึ้นหลังจากการปฐมพยาบาลแล้วพ่อแม่ก็ควรจะพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อความปลอดภัย เพราะอาการชักจะเกิดขึ้นอีกเมื่อใดก็ได้

การปฐมพยาบาลเมื่อลูกมีอาการชัก

สรุป

อาการเจ็บไข้ได้ป่วยมักจะเกิดขึ้นในเด็กอยู่เป็นประจำ และการมีไข้สูงจนเป็นเหตุให้เกิดอาการชักก็เกิดขึ้นได้ ในพ่อแม่มือใหม่อาจจะตกใจกลัวจนทำอะไรไม่ถูกจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่กว่าจะเดินทางถึงก็อาจจะสายเกินไป ฉะนั้นการเรียนรู้วิธีรับมือเมื่อลูกมีอาการชักเอาไว้ย่อมช่วยบรรเทาได้ในระดับหนึ่ง แต่ถึงอย่างไรเด็กก็ต้องถูกส่งตัวให้ถึงมือหมอ เพราะในแต่ละปีมีเด็กที่เสียชีวิตจากอาการชักเป็นจำนวนมาก และในรายที่รอดมาได้แต่ชักเป็นเวลานานก็ส่งผลเสียต่อพัฒนาการและร่างกายอย่างที่มีให้เห็นอยู่บ่อยๆในสังคม

บทความล่าสุด

หมวดหมู่

TAG

Tag
4ประเทศที่มีค่าสกุลเงินต่ำกว่ารูปีอินเดีย (1) 4ร้านสุดปังในเมียงดง (1) 5หนังสือแนะนำ ที่ผู้ประกอบการควรอ่าน (1) 7 ประเทศที่มีประชากรมากที่สุด (1) 7 สวนสนุกร้างในญี่ปุ่นที่คุณต้องไม่พลาด (1) 7 สิ่งมหัศจรรย์ในตำนานที่หายไป (1) 7วิธีการทำสมาธิที่เหมาะกับคุณ (1) 8 สถานที่ สัมผัสงานหัตถกรรมแบบเกียวโต (1) 8 สถานที่แรงบันดาลใจ ตามรอยการ์ตูนค่าย Studio Ghibli (1) 8 สัญญาณบ่งบอกว่าคุณขาดวิตามิน (1) 8 สิ่งที่วิศวกรทุกคนต้องการบนโต๊ะทำงาน (1) 8 อาหารสุดแปลกในแถบเอเชีย (1) 9 ความลึกลับใต้น้ำที่ถูกค้นพบ (1) 10 วิธีควบคุมอารมณ์โกรธ (1) 10 อันดับส่วนผสมทำเค้กที่คุณอาจนึกไม่ถึง (1) 10 อาหารที่ถูก และดีต่อสุขภาพ (1) 10 เมืองน่าเที่ยวที่ทำให้คุณมีความสุข (1) 10 ไอเดียเขียนไดอารี่ที่จะทำให้คุณมีความสุขและใจเย็นมากขึ้น (1) ขนตูดมีไว้ทำไม (1) ข้อควรรู้ เลือกเครื่องซักผ้า ฝาล่างหรือฝาบน (1) คาเฟ่หอมหวานที่เชิงหว่าน at ฮ่องกง (1) จริงหรือไม่ที่ฉลามสายตาไม่ดี (1) ตัวหอมด้วยการกิน (1) ประเทศอินเดีย (1) ผลไม้สุขภาพดี (1) ผลไม้อบแห้ง ขนมยอดฮิตใน TIKTOK (1) พิธีกรรมเสริมความงามสาวอินเดีย (1) มารู้จัก โรคหน้านิ่ง จนคิดว่าหยิ่ง (1) รวมมีมแมวที่ชาวเน็ตใช้กันมากที่สุด (1) รอยสัก (1) รู้หรือไม่ เข็มแทงน้ำเกลือไม่ได้ฝังอยู่ในมือ (1) ลายสัก (1) วัฒนธรรมสักลาย ไทย ญี่ปุ่น เมาคลี (1) ออกกำลังกาย (1) อาหารแปลก (1) เกร็ดความรู้ (28) เครื่อง แปลภาษา (1) เคล็ดลับการตื่นเช้าให้สดชื่นที่คุณควรรู้ (1) เคล็ดลับต่างๆ (36) เคล็ดลับทำให้ดูเด็ก (1) เคล็ดลับสร้างความสุข (1) เที่ยวรอบโลก ด้วยเครื่อง 42 แปลภาษา (1) เมเฮนดี (1) เรื่องน่ารู้ (168) แมวน่ารัก (1)