หรือมังกรจะมีอยู่จริง

ตามตำนานความเชื่อปรัมปราที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก สิ่งหนึ่งที่ไม่ว่าจะวัฒนธรรมใดหรือศาสนาใดก็มักจะพูดถึงสิ่งเดียวกันนั้นก็คือ มังกร แต่ปัญหาคือมังกรเคยมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้จริงๆหรือ เพราะจากการขุดค้นของนักธรณีวิทยาเกี่ยวกับซากดึกดำบรรถ์กลับไม่เคยค้นพบโครงกระดูกที่ดูใกล้เคียงกับมังกรในอุดมณ์คติของชาวโลกเลย ทว่า ในมุมของความเชื่อและการเล่าสู่กันมากลับมีหลายอย่างที่คล้ายคลึงกันทั้ง ๆที่หลายๆวัฒนธรรมก็อยู่ห่างกันสุดขั้วโลก หากจะเป็นเรื่องของการเดินทางแลกเปลี่ยนก็เห็นจะมีโอกาสเป็นไปได้น้อยเพราะว่าความเชื่อเกี่ยวกับมังกรมีมาก่อนการบันทึกการเดินทางเสียอีก จึงทำให้เป็นที่น่าสงสัยว่าทั้งที่อยู่ห่างกันแต่มีความเชื่อเหมือนกัน หรือมังกรจะมีอยู่จริง 

มังกร มีกี่รูปแบบ

ตามความเป็นจริงเราไม่อาจบอกได้ว่ามังกรนั่นมีชีวิตอยู่จริงหรือไม่ และมีด้วยกันกี่สายพันธุ์ แต่หากจะให้แบ่งออกเป็นตามการบอกเล่าและความเชื่อ สายพันธุ์มังกรก็สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

มังกร มีกี่รูปแบบ

1.มังกร แบบตะวันตก

มังกรในโลกตะวันตกตามวรรณกรรม การบอกเล่า และภาพวาดต่างๆ จะมีลักษณะเป็นสัตว์ที่มีรูปทรงคล้ายกับตัวเงินตัวทอง คอยาว มีเคี้ยว มีปีน สามารถบินได้ด้วยปีกที่ใหญ่โตราวกับปีกของค้างคาว ซึ่งมองดูแล้วก็ถูกต้องตามหลักฟิสิกส์ที่มีความน่าจะเป็นว่าสัตว์ชนิดนี้จะสามารถบินได้จริง และหนึ่งในคุณสมบัติพิเศษของมังกรประเภทนี้ก็คือสามารถพ่นไฟได้ ซึ่งช่วงหนึ่งเหล่านักวิทยาศาสตร์ได้เคยวิเคราะห์กันว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้มันสามารถพ่นไฟได้ ซึ่งก็ได้ข้อสมคบคิดอันเป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่นั่นก็คือ การที่มังกรเป็นสัตว์กินเนื้อจริงทำให้เกิดการสะสมของแก๊ซในกระเพาะ ฉะนั้นการเลอออกมาจึงเกิดเป็นแก๊สมีเทนที่สามารถติดไฟได้ และหากมันเลอใกล้กับกองไฟก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดไฟจนดูเหมือนมังกรพ่นไฟ ซึ่งข้อสรุปนี้ดูใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด เนื่องจากมนุษย์เองก็สามารถตดออกมาเป็นไฟได้เหมือนกัน

มังกรในโลกตะวันตกเชื่อว่าเป็นสิ่งชั่วร้าย ไม่ว่าใครก็ตามที่ต่อสู้หรือฆ่ามันได้จะได้รับการยกย่องให้เป็นอัศวินหรือเจ้าเมืองปกครอง ถึงขนาดที่พระเจ้าองค์หนึ่งของอังกฤษทรงมีนามสกุลที่เชื่อว่า เพ็นท์ดรากอน ซึ่งแปลว่า ผู้ปราบมังกร ฉะนั้นสัญลักษณ์ของมังกรในฝั่งนี้จึงเป็นเรื่องของความแข็งแกร่ง กล้าหาญ ผู้ที่ทรงอำนาจเท่านั้นจึงจะสามารถสยบมันได้

2.มังกร แบบจีน 

2.มังกร แบบจีน 

จีนเป็นประเทศที่ขึ้นเชื่อเรื่องความเชื่อในมังกร จะสังเกตได้จากไม่ว่าอะไรก็ตามที่มีความสำคัญมักจะถูกแกะสลักหรือประดับด้วยลวดลายมังกรทั้งสิ้น นั่นก็เพราะว่าจีนมีความเชื่อว่ามังกรคือสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ คือเทพสวรรค์ที่ลงมาช่วยเหลือมนุษย์ เมื่อเกิดภัยแล้งก็ให้ขอจากเทพมังกรช่วยปัดเป่า เมื่อเกิดผลผลิตทางการเกษตรไม่ดีก็จะบนบานเทพมังกรให้ช่วย ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นมาตลอดนับพันปี 

จีนมีความเชื่อและให้ความเคารพเกี่ยวกับมังกรมาก โดยเฉพาะราชวงศ์ หากเป็นเครื่องแต่งกายของกษัตริย์ก็จะมีรูปมังกรที่มี 5 เล็บ หากเป็นขุนนางหรือข้าราชการจะมี 4 เล็บ แต่หากเป็นชาวบ้านสามัญชนทั่วไปที่ทำคุณงามความดีก็จะได้เครื่องประดับมังกร 3 เล็บ จีนในอดีตการใส่เสื้อลายมังกรมีไว้เพื่อบ่งบอกสถานะทางสังคม

โดยลักษณะของมักกรจีนจะเป็นสัตว์เลื้อยคลานมีรูปร่างยาวคล้ายงู มีขาเหมือนสิงค์ มีหางเหมือนปลา มีหน้าเหมือนม้า มีหนวดยาว และมีเขาเหมือนกวาง

3. มังกร แบบไทย หรือ พญานาค

3. มังกร แบบไทย หรือ พญานาค

ในทางความเชื่อเรื่องมังกรของไทยจะดูไม่เหมือนกับทั้งสองวัฒนธรรมก่อนหน้า แต่สิ่งที่คล้ายกันก็คือคนไทยเชื่อว่าพญานาคคือเทพที่อาศัยอยู่ในโลกชั้นบาลดาล ซึ่งพญานาคถือเป็นสัญลักษณ์ทางศาสนา มีผลในเรื่องของการให้โชคลาภเงินทอง ไม่เพียงแค่ประเทศไทยเท่านั้นที่ให้ความเคารพนับถือพญานาค แต่ประเทศในกลุ่มอาเซียนตอนบนส่วนมากมีขนบธรรมเนียมที่เกี่ยวกับพญานาคอยู่ไม่น้อย เช่น ลาว พม่า กัมพูชา 

ลักษณะของพญานาคจะเป็นเหมือนกับงูที่มีขนาดใหญ่ อาศัยอยู่ในน้ำ มีหงอนที่หัว มีฤทธิ์ในการพ่นน้ำและโชคลาภ ผู้ที่นับถือจะเชื่อว่าพญานาคจะไม่ทำร้ายคนแต่จะช่วยเหลือในสิ่งที่เดือดร้อนเพื่อต้องการบำเพ็ญบุญบารมี

สรุป

หากมองในแง่ของความเป็นจริง มังกรในแบบของโลกตะวันตกดูมีความน่าเกรงขามและเป็นไปได้ที่ในอดีตจะมีสิ่งมีชีวิตชนิดนี้อยู่จริง ส่วนมังกรของจีนอาจดูเกินจริงเกินไปที่สัตว์ตัวหนึ่งจะบินได้โดยไม่มีปีกและยังเป็นการรวมกันของลักษณะของสัตว์หลายๆสายพันธุ์ ส่วนของไทยก็ดูจะเข้าใจได้ง่ายที่สุดถึงการมีอยู่จริงเพราะมีลักษณะคล้ายกับงูยักษ์ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการขุดค้นพบซากงูยักจำนวนมาก และพบเจอในแบบที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ในเรื่องของอภินิหารจะมีอยู่หรือไม่ไม่อาจทราบได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าหรือมังกรจะมีอยู่จริงหรือไม่ ในปัจจุบันยังไม่สามารถหาหลักฐานที่แน่ชัดได้ เพราะมีเพียงแค่การบอกเล่าและรูปวาดที่เป็นหลักฐานจากอดีต และปัจจุบันยังคงมีคนจำนวนไม่น้อยที่พยายามพิสูจน์เพื่อค้นหาความจริงของสิ่งเหล่านี้

บทความล่าสุด

หมวดหมู่

TAG

Tag
4ประเทศที่มีค่าสกุลเงินต่ำกว่ารูปีอินเดีย (1) 4ร้านสุดปังในเมียงดง (1) 5หนังสือแนะนำ ที่ผู้ประกอบการควรอ่าน (1) 7 ประเทศที่มีประชากรมากที่สุด (1) 7 สวนสนุกร้างในญี่ปุ่นที่คุณต้องไม่พลาด (1) 7 สิ่งมหัศจรรย์ในตำนานที่หายไป (1) 7วิธีการทำสมาธิที่เหมาะกับคุณ (1) 8 สถานที่ สัมผัสงานหัตถกรรมแบบเกียวโต (1) 8 สถานที่แรงบันดาลใจ ตามรอยการ์ตูนค่าย Studio Ghibli (1) 8 สัญญาณบ่งบอกว่าคุณขาดวิตามิน (1) 8 สิ่งที่วิศวกรทุกคนต้องการบนโต๊ะทำงาน (1) 8 อาหารสุดแปลกในแถบเอเชีย (1) 9 ความลึกลับใต้น้ำที่ถูกค้นพบ (1) 10 วิธีควบคุมอารมณ์โกรธ (1) 10 อันดับส่วนผสมทำเค้กที่คุณอาจนึกไม่ถึง (1) 10 อาหารที่ถูก และดีต่อสุขภาพ (1) 10 เมืองน่าเที่ยวที่ทำให้คุณมีความสุข (1) 10 ไอเดียเขียนไดอารี่ที่จะทำให้คุณมีความสุขและใจเย็นมากขึ้น (1) ขนตูดมีไว้ทำไม (1) ข้อควรรู้ เลือกเครื่องซักผ้า ฝาล่างหรือฝาบน (1) คาเฟ่หอมหวานที่เชิงหว่าน at ฮ่องกง (1) จริงหรือไม่ที่ฉลามสายตาไม่ดี (1) ตัวหอมด้วยการกิน (1) ประเทศอินเดีย (1) ผลไม้สุขภาพดี (1) ผลไม้อบแห้ง ขนมยอดฮิตใน TIKTOK (1) พิธีกรรมเสริมความงามสาวอินเดีย (1) มารู้จัก โรคหน้านิ่ง จนคิดว่าหยิ่ง (1) รวมมีมแมวที่ชาวเน็ตใช้กันมากที่สุด (1) รอยสัก (1) รู้หรือไม่ เข็มแทงน้ำเกลือไม่ได้ฝังอยู่ในมือ (1) ลายสัก (1) วัฒนธรรมสักลาย ไทย ญี่ปุ่น เมาคลี (1) ออกกำลังกาย (1) อาหารแปลก (1) เกร็ดความรู้ (28) เครื่อง แปลภาษา (1) เคล็ดลับการตื่นเช้าให้สดชื่นที่คุณควรรู้ (1) เคล็ดลับต่างๆ (36) เคล็ดลับทำให้ดูเด็ก (1) เคล็ดลับสร้างความสุข (1) เที่ยวรอบโลก ด้วยเครื่อง 42 แปลภาษา (1) เมเฮนดี (1) เรื่องน่ารู้ (168) แมวน่ารัก (1)