ด้านมืดของนักกล้าม ที่คนทั่วไปไม่รู้

การออกกำลังกายในปัจจุบันได้เริ่มขยับไปอีกระดับ เป็นที่มาของการสร้างกล้ามเนื้อและรูปร่างที่สวยงาม นอกจากการเน้นที่ซิกซ์แพ็กและวีเชพพวกเขายังพยายามสร้างเส้นเลือดปูดตามร่างกายเพื่อแสดงถึงความแข็งแกร่ง การสร้างเส้นเลือดนี้เริ่มต้นที่มือไปจนถึงไหล่ และถือเป็นสัญลักษณ์ของนักเล่นกล้ามในสมัยนี้ แต่ความงามและความแข็งแกร่งทั้งหมดนั้นมันต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ แต่สิ่งที่ต้องแลกมากไปกว่านั้นก็คือปัญหาสุขภาพจิตที่คนในไม่เคยบอกให้คุณรู้ วันนี้เราจึงจะนำ ด้านมืดของนักกล้าม ที่คนทั่วไปไม่รู้ มาเปิดเผย เพื่อเป็นแนวทางให้คนที่คิดจะเล่นกล้ามรู้ไว้เพื่อป้องกันตัว

ร่างกายที่แข็งแรงนี้ไม่ใช่แค่การออกกำลังกายและสร้างกล้ามเนื้ออย่างหนักเท่านั้น มันยังเป็นจุดเริ่มต้นของโรคอุบัติใหม่ที่มีชื่อว่า “โรคไบกอร์เร็กเซีย” หรือ “มัสเซิล ดิสมอร์เฟีย” ซึ่งเป็นโรคของคนที่มีอาการเสพติดกล้ามเนื้อใหญ่เกินไป โรคนี้มักทำให้ผู้ป่วยไม่มีความพอใจในกล้ามเนื้อที่มีอยู่และยังมีความกังวลเรื่องการกิน 

โรคไบกอร์เร็กเซีย คืออะไร?

โรคไบกอร์เร็กเซีย คืออะไร?

โรคไบกอร์เรกเซียหรืออนอเร็กเซียเนอโวซ่า (Anorexia Nervosa) เป็นภาวะสุขภาพจิตที่เกิดจากความผิดปกติในพฤติกรรมการกิน ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มักมีปัญหาทางจิตใจที่ทำให้พวกเขาเชื่อว่าการควบคุมการกินของตนเองเท่ากับการควบคุมชีวิตของตน พวกเขาจึงมักลดปริมาณอาหารและออกกำลังกายมากเกินไป ผลลัพธ์คือทำให้น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว โรคนี้มักเกิดมากที่สุดในผู้หญิง ซึ่งมันสิ่งผลเสียมากกว่าผลดี

ในทางตรงกันข้ามกับอนอเร็กเซีย มีโรคไบกอร์เรกเซียที่นับเป็นโรคอนอเร็กเซียแบบกลับด้าน คนที่เป็นโรคนี้คิดว่าตัวเองมีรูปร่างเล็กเกินไปและมีกล้ามเนื้อน้อย เพราะฉะนั้นพวกเขาจะพยายามเพิ่มขนาดกล้ามเนื้อของตนเองด้วยการกินให้มากขึ้น และออกกำลังให้หนักขึ้น อย่างไรก็ตามผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มักจะไม่ยอมรับและเปิดเผยสภาพของตนเองต่อแพทย์อย่างแท้จริง

โรคไบกอร์เรกเซีย ที่ส่งผลต่อนักออกกำลังกาย

โรคไบกอร์เรกเซีย ที่ส่งผลต่อนักออกกำลังกาย

โรคไบกอร์เรกเซีย (Bigorexia) เป็นภาวะสุขภาพจิตที่มีลักษณะคนที่ป่วยรู้สึกว่าตนมีรูปร่างน้อยเกินไป กล้ามเนื้อน้อยเกินไป หรือไม่แข็งแรงเพียงพอ และมีความไม่พึงพอใจเรื่องรูปร่างของตนเอง ลักษณะของผู้ป่วยที่บ่งบอกถึงความผิดปกตินี้คือการพยายามเพิ่มขนาดและกล้ามเนื้อของตนอย่างไม่เหมาะสม โดยอาจมีการออกกำลังกายที่รุนแรงเกินไปหรือการใช้สารสเตียรอยด์เพื่อเพิ่มขนาดกล้ามเนื้อ แต่ผู้ป่วยมักไม่ยอมรับปัญหาของตนเองและอาจเกิดความเครียด ซึมเศร้า และความวิตกกังวลตามมา

การวิจัยทางการแพทย์รายงานว่า ผู้ชายที่มีความสนใจในการออกกำลังกายและการเพาะกายมากนั้น มีโอกาสเสี่ยงป่วยเป็นโรคไบกอร์เรกเซีย โรคนี้มักเกิดจากความไม่พึงพอใจต่อรูปร่างของตนเอง ผู้ป่วยอาจมีความตั้งใจเกินไปที่จะควบคุมรูปร่างและกล้ามเนื้อเพื่อผลลัพพ์ในการแข่งขัน ในบางรายถึงขั้นอดน้ำ อดอาหารก่อนการแข่งแต่ยังคงออกกำลังอย่างหนักต่อเนื่อง ซึ่งนั่นถือว่าอันตรายและอาจเกิดอาการช็อคและเสียชีวิตได้ในที่สุด 

กรณีตัวอย่าง จากอังกฤษ

กรณีตัวอย่าง จากอังกฤษ

BBC ได้นำเสนอคลิปวิดีโอของ อดัม และ ทริซ อายุ 31 ปี คือนักเพาะกายมือสมัครเล่น ที่ถูกแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคไบกอร์เร็กเซีย กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่เน้นให้เห็นถึงทัศนคติที่ผิดปกติต่อรูปร่างของตนเอง โดยอดัมถือว่ารูปร่างและกล้ามเนื้อเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสร้างความพึงพอใจและความสำเร็จในชีวิต และทริซมีประสบการณ์ในการใช้สารอนาโบลิกสเตียรอยด์เพื่อเพิ่มขนาดกล้ามเนื้อ ทำให้เขาสูญเสียทุกอย่างรวมถึงงาน บ้าน และคนรัก เขาเสียสละเสียหาย แต่หลังจากรับการบำบัด เขารู้สึกภูมิใจและรักตัวเองมากขึ้น เคยมีกรณีข่าวเรื่องของอันเดรจ กาจดอส วัย 19 ปี นักเพาะกายที่เสียชีวิตหลังจากพยายามเพิ่มขนาดร่างกายด้วยการเข้ายิมทุกวัน ที่มีการค้นพบสารอนาโบลิกสเตียรอยด์และสารเทสโทสเทอโรนในร่างกายของเขา สำหรับทางแพทย์และผู้รับการบำบัด เหล่านี้เป็นตัวอย่างที่นำมาเน้นความสำคัญของการเรียนรู้ทัศนคติส่วนตัวและความพอใจในรูปร่างของตนเอง เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพ 

กรณีตัวอย่าง จากอังกฤษ

สรุป

ปกตินักกีฬาทั่วไปจะต้องการปริมาณแคลอรี่ที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับระดับกล้ามเนื้อที่ต้องการและลักษณะร่างกายแต่ละบุคคล ในกรณีทั่วไป อาจต้องการประมาณ 2,000 ถึง 2,500 กิโลแคลอรี่ต่อวัน หรือแม้กระทั่งมากกว่านี้ ขึ้นอยู่กับระดับการฝึกซ้อม เช่น นักกีฬาที่เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันอาจต้องการประมาณ 2,500 ถึง 4,000 กิโลแคลอรี่ต่อวันหรือมากกว่านั้น  ทว่า ปัญหาของนักเพาะกายโดยทั่วไปคือการไม่พึงพอใจในตนเอง ซึ่งสาเหตุหนึ่งนั้นมาจากสภาพแวดล้อมในสถานออกกำลังกายที่เต็มไปด้วยกลุ่มคนที่มาแข่งขันกันว่าใครคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด ฉะนั้นแล้วการออกห่างจากสภาวะนั้นอาจเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่ทำให้คุณรู้สึกสบายใจขึ้น เพราะไม่ต้องกดดันตัวเองให้มากนัก และหัวใจหลักของการออกกำลังกายก็คือเพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง การใช้สารกระตุ้นต่างๆจึงเป็นตัวทำร้ายร่างกายและส่งผลเสียรุนแรงในอนาคต

ด้านมืดของนักกล้าม ที่คนทั่วไปไม่รู้ ที่เรานำมาเปิดเผยนี้ไม่ใช่ก็เพื่อให้ทุกท่านตระหนักและฉุกคิด เผื่อว่าคุณเองกำลังเป็นหนึ่งคนที่ตกอยู่ในสภาวะนี้ จะได้เข้ารับคำปรึกษาและรักษาได้ทันก่อนที่จะสายเกินไป 

บทความล่าสุด

หมวดหมู่

TAG

Tag
4ประเทศที่มีค่าสกุลเงินต่ำกว่ารูปีอินเดีย (1) 4ร้านสุดปังในเมียงดง (1) 5หนังสือแนะนำ ที่ผู้ประกอบการควรอ่าน (1) 7 ประเทศที่มีประชากรมากที่สุด (1) 7 สวนสนุกร้างในญี่ปุ่นที่คุณต้องไม่พลาด (1) 7 สิ่งมหัศจรรย์ในตำนานที่หายไป (1) 7วิธีการทำสมาธิที่เหมาะกับคุณ (1) 8 สถานที่ สัมผัสงานหัตถกรรมแบบเกียวโต (1) 8 สถานที่แรงบันดาลใจ ตามรอยการ์ตูนค่าย Studio Ghibli (1) 8 สัญญาณบ่งบอกว่าคุณขาดวิตามิน (1) 8 สิ่งที่วิศวกรทุกคนต้องการบนโต๊ะทำงาน (1) 8 อาหารสุดแปลกในแถบเอเชีย (1) 9 ความลึกลับใต้น้ำที่ถูกค้นพบ (1) 10 วิธีควบคุมอารมณ์โกรธ (1) 10 อันดับส่วนผสมทำเค้กที่คุณอาจนึกไม่ถึง (1) 10 อาหารที่ถูก และดีต่อสุขภาพ (1) 10 เมืองน่าเที่ยวที่ทำให้คุณมีความสุข (1) 10 ไอเดียเขียนไดอารี่ที่จะทำให้คุณมีความสุขและใจเย็นมากขึ้น (1) ขนตูดมีไว้ทำไม (1) ข้อควรรู้ เลือกเครื่องซักผ้า ฝาล่างหรือฝาบน (1) คาเฟ่หอมหวานที่เชิงหว่าน at ฮ่องกง (1) จริงหรือไม่ที่ฉลามสายตาไม่ดี (1) ตัวหอมด้วยการกิน (1) ประเทศอินเดีย (1) ผลไม้สุขภาพดี (1) ผลไม้อบแห้ง ขนมยอดฮิตใน TIKTOK (1) พิธีกรรมเสริมความงามสาวอินเดีย (1) มารู้จัก โรคหน้านิ่ง จนคิดว่าหยิ่ง (1) รวมมีมแมวที่ชาวเน็ตใช้กันมากที่สุด (1) รอยสัก (1) รู้หรือไม่ เข็มแทงน้ำเกลือไม่ได้ฝังอยู่ในมือ (1) ลายสัก (1) วัฒนธรรมสักลาย ไทย ญี่ปุ่น เมาคลี (1) ออกกำลังกาย (1) อาหารแปลก (1) เกร็ดความรู้ (28) เครื่อง แปลภาษา (1) เคล็ดลับการตื่นเช้าให้สดชื่นที่คุณควรรู้ (1) เคล็ดลับต่างๆ (36) เคล็ดลับทำให้ดูเด็ก (1) เคล็ดลับสร้างความสุข (1) เที่ยวรอบโลก ด้วยเครื่อง 42 แปลภาษา (1) เมเฮนดี (1) เรื่องน่ารู้ (168) แมวน่ารัก (1)